งานบัญชี คือพื้นฐานของทุกองค์กร

งานบัญชี
เมื่อคิดถึงการหางานบัญชีภาพที่อยู่หัวในจินตนาการคือ นักคำนวณตัวเลข นักวิเคราะห์วิเคราะห์ตัวเลข งานเอกสารเกี่ยวกับตัวเลขเป็นภูเขา คอยตรวจสอบตัวเลข ตรวจสอบบัญชี มักจะเป็นลักษณะของคนแก่เรียน ใส่แว่นหนาเตอะ แล้วก็ดูดุมากๆ ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่อย่างที่เราคิดแบบนั้นเสมอไป

จะว่าไปแล้ว ที่จริงบัญชีเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับทุกคนมากๆ และถือเป็นเรื่องพื้นฐานในชีวิตประจำวันของทุกคน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ถือว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญและเป็นพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้า ถ้าทำธุรกิจแล้วไม่มีกำไร ก็ย่อมไม่สามารถก้าวต่อไปได้นั่นเอง

ถ้าอย่างนั้นพูดได้เลยว่างานด้านบัญชีเป็นงานพื้นฐานของทุกองค์กร ทุกประเภทธุรกิจ และค่อนข้างมีความสำคัญอย่างมากกับธุรกิจทุกประเภทอีกด้วย ลักษณะของคนบัญชีจะเป็นคนที่มีทักษะการคำนวณที่ค่อนข้างรวดเร็วและแม่นยำ มีความสนุกกับการคิดคำนวณ ซึ่งมักจะเป็นคนที่จบสายวิทย์-คณิต และศิลป์-คำนวณ แต่มักจะไม่ถูกกับคนที่เรียนสายภาษาเท่าไหร่ เพราะคนสายภาษามักจะไม่ถนัดในเรื่องของการคำนวณตัวเลข ชอบปฏิเสธงานที่เกี่ยวกับตัวเลข ทั้งนี้ก็เนื่องจากธรรมชาติทักษะของการเรียนรู้ระหว่างคนเก่งภาษากับเก่งคำนวณจะไม่เหมือนกัน

ปัจจุบันวิชาชีพสาขาบัญชีจัดได้ว่าเป็นอาชีพที่สำคัญ และเป็นอาชีพหายากอีกด้วย อย่างต่างประเทศบางประเทศถึงกับยินยอมให้คนต่างชาติที่เรียนในสายวิชาชีพบัญชีนี้ได้ถือสัญชาตของประเทศนั้นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรักษา และจูงใจให้คนต่างชาติที่มีศักยภาพเหล่านี้มาทำงานให้กับประเทศตนเองต่อไป หรืออย่างในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น หางานกรุงเทพฯ หรือบริษัทใหญ่ๆก็ดี สายงานด้านบัญชี เป็นสายงานที่มีคนสนใจอยู่มากมาย พร้อมกับสามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนมหาศาล

อาทิเช่น งาน Audit เป็นการเปิดโอกาสในการไปดูสิ่งใหม่ๆอยู่แทบจะตลอดเวล เป็นอาชีพที่ต้องเน้นการเดินทาง หรือเป็นที่ปรึกษา วิทยากรด้านงานบัญชี เป็นต้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ในบางสายงานอาจได้มีโอกาสในการท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ หรือต่างประเทศเนื่องจากลักษณะงานที่ต้องไปตรวจสอบบัญชีตามสถานที่ต่างๆ แถมยังได้รับการสนุนเรื่องที่พัก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเองอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจงานบัญชีอันดับแรกที่เราต้องมั่นใจในตัวเองก่อนคือเราชอบและสนุกไปกับงานคำนวณตัวเลข เป็นคนที่มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกตกับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในการทำบัญชี ตลอดจนมีความสามารถในการพลิกแพลงให้เกิดความเหมาะสมตามสถานการณ์ งานบัญชีจะไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัว ถ้าเรารู้จักสนุกไปกับมัน คิดไปกับมัน แก้ปัญหาไปกับมัน แถมการคำนวณจะช่วยลับสมองเราอยู่ตลอดเวลา กระตุ้นสมองให้ได้ออกกำลังอยู่เสมออีกด้วย ถึงแม้ว่ายังไงจะต้องเจอกับงานเอกสารมากสักหน่อยอยู่บ้างนะ แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่าอาชีพบัญชีไม่เป็นอาชีพที่ต้องนั่งอยู่ในออฟฟิสห้องสี่เหลี่ยมเสมอไป หากลองเลือกสายงานบัญชีดีๆสำหรับคนชอบเที่ยว ยังถือโอกาสที่ทำงานได้เงินและแถมได้เที่ยวไปในตัวอีกด้วย

Read More

ค้นหางาน เพื่อเป็นไปตามเป้าหมายชีวิต

“เป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร?”

ภาพ การสมัครงาาน

หลายคนคงมีคำตอบ และหลายคนยังงง ว่าตัวเองมีเป้าหมายชีวิตว่าอะไร
เราเคยหลับตาฝันไหมว่า อีกสิบปีข้างหน้าภาพในอนาคตของตัวเราเป็นอย่างไร
เราจะอยู่ตรงไหน ทำงานอะไร หรือ มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร มีคนที่รักอยู่เคียงข้างกี่คน?

การตั้งเป้าหมายในชีวิตมีส่วนสำคัญอย่างไรในการสมัครงานของเรา?
ถ้าเรายังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เราคงไม่ได้คำตอบ แต่สำหรับคนที่มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนและแน่นอนเค้าจะรู้เลยว่าวันนี้เค้าต้องทำอะไร ถ้าจะหางานต้องสมัครงานในส่วนไหน เริ่มต้นจากอะไร และสุดท้ายจะไปจบที่ใด

ยกตัวอย่างเช่น คุณศักดิ์ดา ต้องการจะธุรกิจส่วนตัว ตอนอายุ 35 ปี ตอนนี้เค้าอายุ 25 ปี มีเวลา 10 ปีในการที่จะก้าวไปตามฝันหรือเป้าหมายของตนเองคือ การเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ซึ่งธุรกิจที่เค้าสนใจคือ การนำเข้าของจากต่างประเทศเข้ามาขายภายในประเทศไทย และ หาสินค้าในประเทศไทย ส่งออกไปยังต่างประเทศ

จากจุดเริ่มต้นของการที่คุณศักดิ์ดาที่มีเป้าหมายชัดเจน ทำให้เค้ากลับมาทบทวนตัวเองว่า ตอนนี้อายุ 25 ปี และกำลังทำงานในส่วนของวิศวกรในส่วนฝ่ายผลิต ความจริงคนเราการจบอะไร สาขาไหนมีผลเพียงเล็กน้อยในการที่ผลักดันทำให้เป้าหมายของเราเป็นจริง สิ่งที่สำคัญคือการนำตัวเองเข้าในสิ่งที่เราต้องการ เพื่อให้ได้ประสบการณ์และข้อมูล ความรู้ การแก้ปัญหาต่าง ๆ หรือ มองช่องทางให้ออกว่าเรากำลังทำวันนี้เพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่เติมเต็มเป้าหมายของเราในอนาคตหรือเปล่า

ถ้าคุณเป็นคุณศักดิ์ดา จะเลือกทำงานในตำหน่งวิศวกรฝ่ายผลิต ซึ่งมีเงินเดือนสูงต่อ หรือ มองหางานใหม่แล้วไปสมัครงานที่ตอบโจทย์เป้าหมายของตนเอง ตรงนี้เป็นทางแยกทางที่เราแต่ละคนต้องตัดสินใตเลือกเอง ไม่มีคใครบังครับใครชีวิตเป็นสิ่งที่เราเลือกทั้งนั้น ในกรณีนี้ คุณศักดิ์เลือกที่จะขอย้ายงานจากวิศวกรฝ่ายผลิต มาทำในส่วนของของเจ้าหน้าจัดซื้อ

เนื่องจากที่บริษัทเดิมมีตำแหน่งว่างพอดี บางครั้งโอกาสเราต้องสร้างเอง โดยการมองหามันและกระโดดใส่มันโดยไม่ต้องคิดว่าจะทำได้หรือไม่ได้ เช่นเดียวกันกับคุณศักดิ์ดา ในโรงงานถ้าเทียบศักดิ์ศรีของงานดูเหมือนว่าวิศวกรจะแลดูดีกว่าเจ้าหน้าที่จัดซื้อ แต่ความดูดีเพียงชั่วคราวอาจจะทำให้เราพลาดเป้าหมายที่สำคัญในชีวิตของเราไปเลยทีเดียว

สิ่งที่คุณศักดิ์ดาทำคือ ยอมเสียศักดิ์ศรีตนเองเปลี่ยนงานเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้ออยู่ 3 ปี เพื่อดูหลักการและเทคนิคการจัดซื้อ การต่อรองราคา การหาแหล่งวัตถุดิบต่าง ๆ หลังจากนั้นก็ไปทำงานขายและการตลาดอีก 4 ปี เพื่อเรียนรู้วิธีการหาลูกค้าและการปิดการขาย และในระหว่างนั้นก็ไปเรียนการเป็นชิ้ปปิ้ง เพื่อเรียนรู้กฎระเบียบการซื้อขายต่างประเทศ ช่วงไหนว่าง ๆ หลักเลิกงานก็ขอความรู้จากเจ้าหน้าที่ส่วน Import & Export ของบริษัท เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วคุณศักดิ์ดาก็เริ่มลองลงมือทำธุรกิจของตนเองในปีที่ 8 และยังคงทำงานประจำไปด้วย ไม่ได้รีบร้อนออก เพื่อดูตลาดและแนวโน้มความสามารถของตนเอง

อยากให้คุณลองเดาเล่น ๆ ว่า ปัจจุบันปีที่ 10 แล้วคุณศักดิ์ดาได้ทำธุรกิจส่วนตัวของตัวเองตามเป้าหมายหรือยังคะ .. สิ่งที่อยากจะฝากไว้ คือ เราต้องหาเป้าหมายชีวิตของเราให้เจอ แล้วสมัครงานตาม career path ของเป้าหมายในชีวิตเรา ไม่ตามแฟชั่น ไม่ตามเงินเดือนที่เค้าจ่ายมาก แต่เราต้องรู้ว่าความสุขของชีวิตของเราคืออะไร เป้าหมายเราคืออะไร แล้วพุ่งชนกันนะคะ^^

Read More